นิทานเรื่องนี้ ได้รับบทความส่งต่อมาจากเรื่อง วิกฤติคือโอกาสทอง โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นบทความที่ดีมีสาระประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับผู้ที่กำลังเผชิญภาวะวิกฤติในชีวิต จึงขออนุญาตนำเรื่องและภาพมานำเสนอไว้ ณ ที่นี้ ขอขอบคุณและขอน้อมอนุโมทนาบุญกุศลทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้การเผยแผ่บทความอันมีค่ายิ่งนี้ปรากฏสู่สายตาผู้อ่านทุกท่าน สาธุๆๆกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่ง ซึ่งแก่มากแล้ว ด้วยความโง่ของมัน ดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางอยู่เป็นเวลานาน ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา
ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่าเจ้าลาก็แก่เกินไปแล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้าน เพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ ครั้งแรกเมื่อดินถูกหลังลา มันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนเองทันที มันร้องโหยหวน สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป
หลังจากชาวนาตักดินใส่บ่อได้สักสองสามพลั่วเมื่อเหลือบมองลงไปในบ่อก็พบกับความประหลาดใจ ที่ลามันจะสะบัดดินออกจากหลังทุกครั้งที่มีผู้สาดดินลงไปแล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไร มันก็ก้าวขึ้นมาเร็วได้มากยิ่งขึ้น ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจเพราะในที่สุด เจ้าลาก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเหมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้ จงแก้ไขมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเหมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ ฉันใดฉันนั้น อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวข้ามไป ชีวิตคนเราก็เช่นกันเราก็ต้องประสบกับโลกธรรมแปดเป็นธรรมดา คือ ได้ลาภ ได้ยศ สรรเสริญ สุข ก็ต้องมีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ แต่เมื่อเรามีทุกข์ มีปัญหาหรือต้องประสบกับวิกฤติหนักหนาสาหัสแค่ไหน ก็ให้อาศัยขันติ มีความอดทน
เมื่อมีความทุกข์หยุดทำ หยุดพูด หยุดคิด ตั้งสติใช้ปัญญา อาศัยอดทน อดกลั้น หยุดทุกสิ่งทุกอย่างไว้ก่อน ไม่ต้องคิดที่จะแก้ปัญหาภายนอก กำหนดรู้ลมหายใจออกยาวๆ ลมหายใจเข้าลึกๆ ให้มีสติ มีความรู้สึกตัวกับลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ติดต่อกัน ต่อเนื่องกัน มีสมาธิตั้งมั่นกับลมหายใจ ปล่อยวางความรู้สึกที่ไม่ดี ปล่อยวางจิตใจให้ว่างๆ ว่างจากอดีต ว่างจากอนาคต ว่างจากความไม่สบายใจ เหลือแต่จิตที่มีแต่ความรู้สึกตัว เบิกบานใจ โอปนยิโกน้อมเข้าไปหาธรรมชาติของจิตที่เป็นประภัสสร บริสุทธิ์ผ่องใส เมื่อจิตสงบสบายแล้ว จึงค่อยๆ คิดแก้ปัญหาด้วยสติปัญญา เมื่อจิตใจดี สบายใจทุกอย่างแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะค่อยๆ ดีขึ้น ให้มีความหวัง กำลังใจที่จะต่อสู้
ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน ขุมทรัพย์ก็มีอยู่ที่นั่น ... ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน สุขที่สุดมันก็อยู่ที่นั่น นี่เป็นความจริง... ไม่ว่าจะมีวิกฤติหรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือรักษาใจของเราให้ดี ให้มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นคุณธรรมประจำใจของเรา ...




สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพียงปราการด่านแรกแต่ก็นับว่าสำคัญในการจะตัดสินใจเลือกซื้อหากล้องมาสะพายไหล่คล้องคอถ่ายภาพสวย และแม้จะสำคัญแต่คงไม่ใช่ปัจจัยหลักทั้งหมดของการตัดสินใจเลือกซื้อ เพราะคุณยังต้องเปรียบเทียบคุณสมบัติและฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อซึ่งมีให้เลือกอีกมากมาย สำหรับขั้นตอนนี้ขอให้ใจเย็นๆ อาจจะไปเดินดู ไปทดลองใช้ ไปคุยกับคนขายหลายๆ ร้านก่อนก็ได้ เพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาเปรียบเทียบซื้อเพื่อให้ได้กล้องคุณภาพตามที่คุณต้องการมากที่สุด และเมื่อเลือกยี่ห้อและรุ่นได้ถูกใจแล้ว นักท่องอินเตอร์เนต นักชอปออนไลน์ อาจตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านร้านค้าออนไลน์ชื่อดังอย่างอเมซอลก็ได้ไม่มีใครว่า เพราะบางรุ่นในเมืองไทยก็ไม่มีขาย และหลายรุ่นหากจะเปรียบเทียบราคากันจริงๆ แล้ว ก็ถูกกว่าซื้อในเมืองไทยเป็นไหนๆ หากสนใจขอแนะนำว่าลองคลิกเข้าไปดูได้ที่นี่
สมัยนี้ดูจะเป็นยุคสมัยของเบอร์รี (อ๊ะๆ อย่าบอกนะจ๊ะว่าไม่รู้จัก) หลายวันก่อนคุยกับเพื่อน คุยไปคุยมาเรื่องจิปาถะ สัพเพเหระ จู่ๆ เพื่อนก็บอกว่าอยากทำไร่เบอร์รี ถามว่าเบอร์รี่อะไร สตรอว์เบอร์รี หรือบูลเบอร์รี หรือราสเบอร์รี หรือตะขบเบอร์รี (อิอิ หน้าตาดี ดูละม้ายคล้ายคลึงกัน แต่ดันถูกกล่าวหาว่าไม่มีชาติตระกูลซะงั้น!!! อ่ะ ไม่เกี่ยวกับเบอร์รีนะ แซวเพื่อนเล่นขำๆ น่ะ) เพื่อนบอกปลูกทุกเบอร์รีไปเลย... หน้านี้น่ะนะ น่าจะขายได้ดี น่าจะรวย (อ่ะแน่ะ!!! รวยแล้วอย่าลืมแบ่งเพื่อนคนนี้มั่งน๊า...)

ว่าแล้ววันนี้ก็เลยขอ Intrend กับเขาบ้าง ไปหยิบเอา Slideshow BB เน้นรุ่นที่ใหม่เอี่ยม และรุ่นที่เป็นที่นิยมกัน มาแปะไว้ข้างบน ให้เพื่อนๆ ลองคลิกกันเข้าไปดู เข้าไปเลือกซื้อหากันได้ ส่วนร้าน Shopping Online ที่ขาย BlackBerry สารพัดรุ่น ขอแนะนำร้าน