ยินดีต้อนรับ

abczaa...ความซ่า...ไม่มีขีดจำกัด...แหล่งรวมไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของคนรุ่นใหม่ ยินดีต้อนรับทุกท่าน ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชม...^o^

วิกฤติทองของเจ้าลา

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553

นิทานเรื่องนี้ ได้รับบทความส่งต่อมาจากเรื่อง วิกฤติคือโอกาสทอง โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นบทความที่ดีมีสาระประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับผู้ที่กำลังเผชิญภาวะวิกฤติในชีวิต จึงขออนุญาตนำเรื่องและภาพมานำเสนอไว้ ณ ที่นี้ ขอขอบคุณและขอน้อมอนุโมทนาบุญกุศลทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้การเผยแผ่บทความอันมีค่ายิ่งนี้ปรากฏสู่สายตาผู้อ่านทุกท่าน สาธุๆๆ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่ง ซึ่งแก่มากแล้ว ด้วยความโง่ของมัน ดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางอยู่เป็นเวลานาน ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา
ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า
เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้าน เพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ ครั้งแรกเมื่อดินถูกหลังลา มันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนเองทันที มันร้องโหยหวน สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป
หลังจากชาวนาตักดินใส่บ่อได้สักสองสามพลั่ว
เมื่อเหลือบมองลงไปในบ่อก็พบกับความประหลาดใจ ที่ลามันจะสะบัดดินออกจากหลังทุกครั้งที่มีผู้สาดดินลงไปแล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไร มันก็ก้าวขึ้นมาเร็วได้มากยิ่งขึ้น ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจเพราะในที่สุด เจ้าลาก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเหมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้ จงแก้ไขมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเหมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ ฉันใดฉันนั้น อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวข้ามไป ชีวิตคนเราก็เช่นกันเราก็ต้องประสบกับโลกธรรมแปดเป็นธรรมดา คือ ได้ลาภ ได้ยศ สรรเสริญ สุข ก็ต้องมีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ แต่เมื่อเรามีทุกข์ มีปัญหาหรือต้องประสบกับวิกฤติหนักหนาสาหัสแค่ไหน ก็ให้อาศัยขันติ มีความอดทน

เมื่อมีความทุกข์
หยุดทำ หยุดพูด หยุดคิด ตั้งสติใช้ปัญญา อาศัยอดทน อดกลั้น หยุดทุกสิ่งทุกอย่างไว้ก่อน ไม่ต้องคิดที่จะแก้ปัญหาภายนอก กำหนดรู้ลมหายใจออกยาวๆ ลมหายใจเข้าลึกๆ ให้มีสติ มีความรู้สึกตัวกับลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ติดต่อกัน ต่อเนื่องกัน มีสมาธิตั้งมั่นกับลมหายใจ ปล่อยวางความรู้สึกที่ไม่ดี ปล่อยวางจิตใจให้ว่างๆ ว่างจากอดีต ว่างจากอนาคต ว่างจากความไม่สบายใจ เหลือแต่จิตที่มีแต่ความรู้สึกตัว เบิกบานใจ โอปนยิโกน้อมเข้าไปหาธรรมชาติของจิตที่เป็นประภัสสร บริสุทธิ์ผ่องใส เมื่อจิตสงบสบายแล้ว จึงค่อยๆ คิดแก้ปัญหาด้วยสติปัญญา เมื่อจิตใจดี สบายใจทุกอย่างแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะค่อยๆ ดีขึ้น ให้มีความหวัง กำลังใจที่จะต่อสู้

ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน ขุมทรัพย์ก็มีอยู่ที่นั่น ... ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน สุขที่สุดมันก็อยู่ที่นั่น นี่เป็นความจริง... ไม่ว่าจะมีวิกฤติหรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือรักษาใจของเราให้ดี ให้มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นคุณธรรมประจำใจของเรา ...

อ่านเพิ่มเติม

ธรรม 4 ข้อ พร 4 ประการ โดยท่าน ว.วชิรเมธี


1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น
แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น
ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง
'กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก'
คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส 'จิตประภัสสร'
ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี 'แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข'
2. อย่ามัวแต่คิดริษยา
'แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน'
คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า 'เจ้ากรรมนายเวร'
ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้องถอดถอนความริษยาออกจากใจเรา
เพราะไฟริษยา เป็น 'ไฟสุมขอน' (ไฟเย็น)
เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน
เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี 'แผ่เมตตา'
หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป
3. อย่าเสียเวลากับความหลัง
90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ
'ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น'
มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขา
พร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย
ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ
'อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน'
'อยู่กับปัจจุบันให้เป็น' ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย
คือมี 'สติ' กำกับตลอดเวลา
4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ
'ตัณหา' ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี
เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ
ธรรมชาติของตัณหา คือ 'ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม'
ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม
เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร คือไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้ใส่เพื่อความโก้หรู
คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร
แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์
เราต้องถามตัวเองว่า 'เกิดมาทำไม'
'คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน
ตามหา 'แก่น' ของชีวิตให้เจอ
คำว่า 'พอดี' คือ ถ้า 'พอ' แล้วจะ 'ดี'
รู้จัก 'พอ' จะมีชีวิตอย่างมีความสุข'

อ่านเพิ่มเติม

การเลือกซื้อกล้องดิจิตอล

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ก่อนจะซื้อกล้องดิจิตอล ควรต้องทราบก่อนว่า กล้องดิจิตอลมีกี่ประเภท? และแต่ละประเภทนั้น มีคุณสมบัติอย่างไร?
ประเภทของกล้องดิจิตอล มี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ กล้องดิจิตอลแบบคอมแพค (Compact) และกล้องดิจิตอลแบบ SLR โดยสามารถแบ่งแยกย่อยออกได้เป็น 3 ชนิด คือ แบบคอมแพค (Compact) แบบ Semi-Pro หรือ SLR-Like (หรืออาจเรียกได้ว่าแบบคอมแพคกึ่ง SLR) และสุดท้ายคือแบบ SLR
กล้องแต่ละแบบชนิดประเภทมีคุณสมบัติอย่างไรและเหมาะสำหรับใคร?
จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ได้เรียงลำดับประเภทชนิดของกล้องออกตามคุณสมบัติของฟังก์ชั่นการใช้งานในระดับมือสมัครเล่นไปจนถึงขั้นเทพหรือโปรระดับมืออาชีพ ดังนี้คือ
กล้องแบบคอมแพค (Compact)
กล้องชนิดนี้มีคุณสมบัติแด่นเป็นกล้องสำเร็จรูปพร้อมใช้แบบง่ายๆ ที่ไม่ต้องการการปรับแต่งอะไรมากนัก เหมาะสำหรับมือใหม่หัดเล่นกล้องที่ยังไม่คล่องในด้านการปรับแต่งฟังก์ชั่นการใช้งานให้เหมาะสมกับแสงและบรรยากาศแวดล้อมต่างๆ ส่วนมากจะมี P/A/S/M Auto (อัตโนมัติ) รวมถึงอาจมีฟังก์ชั่น Portrait (ถ่ายภาพบุคคล) Landscape (ถ่ายภาพวิว) Sports (ถ่ายภาพกีฬา) Night scene (ถ่ายภาพกลางคืน) ไว้ให้เลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมอย่างสะดวกและแสนจะง่ายดาย

กล้องแบบ Semi-Pro หรือ SLR-Like
กล้องกึ่งมืออาชีพ ที่มีคุณภาพ และคุณสมบัติของฟังก์ชั่นการใช้งานดีกว่ากล้องดิจิตอลแบบคอมแพค (Compact) สามารถให้ผู้ใช้เลือกปรับแต่งฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ได้เอง และมีระบบ Auto (อัตโนมัติ) ให้เลือกใช้ ทั้งนี้ ผู้ใช้งานควรที่จะได้ศึกษาวิธีการใช้ให้ดี เพื่อให้กล้องชนิดนี้สามารถแสดงศักยภาพในความเป็นกล้องคุณภาพได้อย่างเต็มที่ พร้อมให้ตากล้องได้อวดฝีมือการถ่ายภาพให้ปรากฏสู่สายตาสาธารณชนอย่างน่าดูชม ซึ่งแน่นอนว่าของดีกว่าย่อมมีราคาที่สูงกว่าตามไปด้วย
กล้องแบบ SLR
กล้องแบบนี้จะมีคุณลักษณะที่คล้ายคลึงกับกล้องฟิล์ม มีฟังก์ชันการใช้งานที่มากกว่ากล้องแบบคอมแพค (Compact) และมีคุณสมบัติเหนือกว่ากล้องแบบ Semi-Pro หรือ SLR-Like สามารถถ่ายภาพที่ต้องการความคมชัดได้ดีกว่า ถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ตามความเหมาะสม โดยเลนส์ที่ใช้จะมีคุณภาพและมีคุณสมบัติการทำงานที่ดีและสูงกว่า กล้องแบบคอมแพค (Compact) และกล้องแบบ Semi-Pro หรือ SLR-Like ส่วนเรื่องราคานั้น พูดกันง่ายๆ ว่า แค่แฟลชภายนอกที่ซื้อมาใช้ สามารถซื้อกล้องแบบคอมแพค (Compact) ได้ตัวหนึ่งสบายๆ เลยเชียวล่ะ!
การจะตัดสินใจเลือกซื้อกล้องแบบไหน ชนิดใด ดูๆ แล้วอาจเป็นเรื่องง่ายๆ เพียงแค่คุณลองพิจารณาดูว่า คุณเล่นกล้องเป็นแค่ไหน มีความรู้มากน้อยเพียงใดในการปรับแต่งการทำงานของกล้อง และต้องการความเป็นมืออาชีพมากน้อยแค่ไหนในระดับใด
สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพียงปราการด่านแรกแต่ก็นับว่าสำคัญในการจะตัดสินใจเลือกซื้อหากล้องมาสะพายไหล่คล้องคอถ่ายภาพสวย และแม้จะสำคัญแต่คงไม่ใช่ปัจจัยหลักทั้งหมดของการตัดสินใจเลือกซื้อ เพราะคุณยังต้องเปรียบเทียบคุณสมบัติและฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อซึ่งมีให้เลือกอีกมากมาย สำหรับขั้นตอนนี้ขอให้ใจเย็นๆ อาจจะไปเดินดู ไปทดลองใช้ ไปคุยกับคนขายหลายๆ ร้านก่อนก็ได้ เพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาเปรียบเทียบซื้อเพื่อให้ได้กล้องคุณภาพตามที่คุณต้องการมากที่สุด และเมื่อเลือกยี่ห้อและรุ่นได้ถูกใจแล้ว นักท่องอินเตอร์เนต นักชอปออนไลน์ อาจตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านร้านค้าออนไลน์ชื่อดังอย่างอเมซอลก็ได้ไม่มีใครว่า เพราะบางรุ่นในเมืองไทยก็ไม่มีขาย และหลายรุ่นหากจะเปรียบเทียบราคากันจริงๆ แล้ว ก็ถูกกว่าซื้อในเมืองไทยเป็นไหนๆ หากสนใจขอแนะนำว่าลองคลิกเข้าไปดูได้ที่นี่ AZ Camera by Amazon

อ่านเพิ่มเติม

เบอร์รี ฟีเวอร์

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สมัยนี้ดูจะเป็นยุคสมัยของเบอร์รี (อ๊ะๆ อย่าบอกนะจ๊ะว่าไม่รู้จัก) หลายวันก่อนคุยกับเพื่อน คุยไปคุยมาเรื่องจิปาถะ สัพเพเหระ จู่ๆ เพื่อนก็บอกว่าอยากทำไร่เบอร์รี ถามว่าเบอร์รี่อะไร สตรอว์เบอร์รี หรือบูลเบอร์รี หรือราสเบอร์รี หรือตะขบเบอร์รี (อิอิ หน้าตาดี ดูละม้ายคล้ายคลึงกัน แต่ดันถูกกล่าวหาว่าไม่มีชาติตระกูลซะงั้น!!! อ่ะ ไม่เกี่ยวกับเบอร์รีนะ แซวเพื่อนเล่นขำๆ น่ะ) เพื่อนบอกปลูกทุกเบอร์รีไปเลย... หน้านี้น่ะนะ น่าจะขายได้ดี น่าจะรวย (อ่ะแน่ะ!!! รวยแล้วอย่าลืมแบ่งเพื่อนคนนี้มั่งน๊า...)
หรือจะเพราะสรรพคุณของเบอร์รี ที่ว่าช่วยต้านมะเร็งหลอดอาหารได้ จึงทำให้ผู้คนหันมาสนใจและรับประทานผลไม้ชนิดนี้กันมากขึ้น จากข้อมูลการวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา พบว่า การรับประทานผลไม้จำพวก เบอร์รี เช่น สตรอว์เบอร์รี่ และราสเบอร์รี่ อย่างน้อยครึ่งถ้วยทุกวัน จะช่วยลดอัตราเสี่ยงโรคมะเร็งหลอดอาหารได้ เพราะในเบอร์รีมีสารจำพวก Phytochemicals หลายชนิดที่ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งหลอดอาหาร ซึ่งกว่าร้อยละ 88 ของผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายใน 5 ปีหลังจากตรวจพบ ข้อมูลยังบอกอีกด้วยว่าเพศชายซึ่งมีพฤติกรรมเสี่ยงสูงจากการเป็นนักดื่มมีสิทธิ์เป็นโรคนี้มากกว่าเพศหญิงนะจ๊ะ
กระแสเบอร์รี่จะฟีเวอร์ขนาดไหน ลองคิดดูเถอะ ในชีวิตประจำวันทุกวันนี้ พอจะสั่งไอศกรีมมารับประทาน ก็ไม่วายมีใจให้สตอรเบอร์รี่ซันเดย์ คนกลัวอ้วนอยากรับประทานโยเกิร์ตก็มีรสเบอร์รี่และมิกซ์เบอร์รี่ ส่วนคนที่ไม่กลัวอ้วนอยากรับประทานเบเกอรี่ ก็แว่บไปนึกถึงบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก จะอมลูกอมก็ยังไม่วายมีลูกอมกลิ่นราสเบอร์รี่ให้เลือกซะอีกจนได้ ...จะใช้โทรศัพท์... (นั่นแน่!!! เบอร์รีที่รับประทานไม่ได้แต่เท่ก็มีนะ) เดี๋ยวนี้จะเยื้องกลายไปไหนหรือคุยกับใครถ้าพูดกันถึงเรื่องโทรศัพท์มือถือล่ะก็... ใครๆ ก็พูดกันถึง... BlackBerry หรือ BB ที่มาแรงสุดๆ แรงจนฉุดไม่อยู่ แรงล้ำหน้าชนิดเบอร์รี่ที่รับประทานได้ต้องหลบชิดซ้ายตกขอบกันไปเลยทีเดียว
ว่าแล้ววันนี้ก็เลยขอ Intrend กับเขาบ้าง ไปหยิบเอา Slideshow BB เน้นรุ่นที่ใหม่เอี่ยม และรุ่นที่เป็นที่นิยมกัน มาแปะไว้ข้างบน ให้เพื่อนๆ ลองคลิกกันเข้าไปดู เข้าไปเลือกซื้อหากันได้ ส่วนร้าน Shopping Online ที่ขาย BlackBerry สารพัดรุ่น ขอแนะนำร้าน M Cellphones Shop ให้ทุกท่านได้รู้จัก กดเข้าไปตามลิงก์ที่ให้นั่นแหละ จะเจอสารพัด BlackBerry ให้เลือกสรร หรือถ้าอยากจะเลือกดูเลือกซื้อกันแบบหลากหลายชนิดทั้งรุ่นและยี่ห้อให้สะใจ ที่ร้านนี้เค้าก็มีให้เลือกจ้า...
เอ...เอ๋... แล้วคุณล่ะ มีเบอร์รี่ในใจกันบ้างอ๊ะเปล่า?

อ่านเพิ่มเติม

 
 
Copyright © abczaa...